ให้ลูกๆใช้ชีวิตบนโลกออนไลน์อย่างปลอดภัย

17 สิงหาคม 2022

การระบาดของโรคโควิด-19 ที่กำลังมีอยู่ในขณะนี้ ส่งผลกระทบกับลูกรักของเราในทุกๆด้าน โดยเฉพาะการที่โรงเรียนปิดและเก็บตัวอยู่บ้านในช่วงที่ยังมีการแพร่ระบาดอยู่ขณะนี้ ทำให้เด็กและเยาวชนจำนวนมากใช้เวลาอยู่บ้านไปกับการท่องโลกออนไลน์เป็นส่วนมาก

โลกออนไลน์ในอินเตอร์เน็ตนั้น มีความสำคัญมาก ไม่ว่าจะด้านความบันเทิงหรือโอกาสในการเรียนรู้ที่มากกว่าเดิม สามารถเข้าถึงข่าวสารและความช่วยเหลือได้ แต่ทว่า โลกออนไลน์นั้นก็มีความเสี่ยงต่างๆ เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น

  • การล่วงละเมิดทางเพศออนไลน์
  • การถูกระรานทางไซเบอร์
  • พฤติกรรมเสี่ยงผิดกฏหมายทางออนไลน์
  • การเข้าถึงเนื้อหาที่อาจจะเป็นอันตราย
  • ความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัว

แน่นอนว่าเมื่อเด็กใช้เวลาออนไลน์เพิ่มขึ้น แต่เพียงใช่ว่า การใช้เวลาออนไลน์และอยู่หน้าจอของพวกเขาจะเหมือนเดิมทุกครั้ง การห้ามไม่ให้เด็กใช้เวลาออนไลน์นานขึ้นเป็นสิ่งที่แทบเป็นไปไม่ได้ เมื่อพวกเขามีกิจกรรมที่จะให้ออกไปทำนอกบ้านไม่มากนักในช่วงนี้

ดังนั้นแทนที่จะห้าม แต่เปลี่ยนเป็นการใช้ทางเลือกแนะนำเด็กๆจะดีกว่า เพราะโอกาสและประโยชน์มากมายจากเทคโนโลยีออนไลน์ก็มากมายไม่ใช่น้อย


1. พูดคุยและตกลง

พูดคุยและตกลงกันเรื่องขอบเขตและความคาดหวัง เวลาหน้าจอที่เพิ่มขึ้น จะต้องหมายถึงเวลาที่เราสามารถควบคุมได้ การพูดคุยและตกลงกับเด็กของเรา เกี่ยวกับเวลาที่พวกเขาอยู่บนหน้าจอ เช่น เล่นเกม ทำการบ้าน คุยกับเพื่อนหรือทำงานของโรงเรียน โดยอาจจะตกลงกันภายในบ้านเป็นสัญญา ตัวอย่าง ไม่ใช้โทรศัพท์มือถือระหว่างทานข้าวด้วยกัน เป็นต้น


2. ชี้แจงและรับฟัง

ชี้แจงเรื่องความปลอดภัยบนโลกออนไลน์ ช่วงเวลานี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญที่คุณพ่อและคุณแม่ จะมีส่วนร่วมและสื่อสารกับเด็กเกี่ยวกับกิจกรรมที่เด็กๆกำลังทำบนโลกออนไลน์ คุยกันกับเด็กอย่างแง่บวกและเปิดกว้าง สอบถามความวิตกกังวลที่เด็กอาจจะมี โดยแสดงให้เด็กเห็นว่า เรารับฟังเขา รวมถึงการที่เราศึกษาเรื่อง ปัจจัยและพฤติกรรมที่ช่วยให้เด็กปลอดภัยในโลกออฟไลน์ จะช่วยปกป้องให้เขาปลอดภัยในโลกออนไลน์ด้วยเช่นกัน


3. ค่านิยมเชิงบวก

สอนเด็กๆให้เข้าใจเกี่ยวกับค่านิยมทางสังคมเชิงบวก รวมถึงการเคารพนับถือและการเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น การสื่อสารที่ดี และ การแก้ปัญหาความขัดแย้ง ซึ่งล้วนปกป้องให้เด็กปลอดภัยในโลกออนไลน์ ทั้งยังสามารถพัฒนาให้เด็กมีทักษะทางสังคมเพิ่มขึ้น


4. เครื่องมือบนโลกออนไลน์

การใช้งานเครื่องมือเพื่อความปลอดภัยในโลกออนไลน์ ฟีเจอร์ Safe Search ในตัวเบราว์เซอร์และเครื่องมือค้นหาส่วนใหญ่, Parental Controls ในอุปกรณ์ต่างๆ เสนอแนวคิดในการสนทนากับเด็กเกี่ยวกับการเป็นพลเมืองดิจิตัลที่ดีและเสริมทักษาะดิจิตัล รวมถึงการศึกษาความเป็นส่วนตัวของข้อมูลส่วนบุคคลในโซเชียลมีเดียต่างๆ


5. ติดตามและสังเกต

รู้วิธีขอความช่วยเหลือ สำหรับตัวเราและเด็ก โซเชียลมีเดียและแอพส่วนใหญ่จะติดตั้งเรื่องสำหรับการรายงานต่างๆ เมื่อคุณเจอเนื้อหาที่ไม่ปลอดภัย หรือเนื้อหาที่รู้สึกว่าทำให้เด็กเสี่ยง คุณจะสามารถรายงานให้ทางแพลทฟอร์มทราบได้ หมั่นสังเกตสัญญาที่บ่งบอกถึงอาการหงุดหงิดหรือเศร้าซึมของเด็กหลังการใช้งานอินเตอร์เน็ต


6. บุคคลที่คุณและเด็กเชื่อใจ

ระบุตัวผู้น่าไว้วางใจ อาจจะเป็นผู้ใหญ่หรือเพื่อนของลูกที่ปรึกษาพูดคุยได้ คุณอาจจะไม่ใช่คนที่เด็กๆพูดคุยด้วยเกี่ยวกับสิ่งต่าง ที่เขาพบเจอในโลกออนไลน์ได้อย่างสะดวกใจที่สุดเสมอไป แม้ว่าคุณจะเป็นผู้ปกครองของเขาก็ตาม คุณจึงควรแนะนำบุคคลที่ลูกยินดีพูดคุยถึงสิ่งที่เขาพบเจอในโลกออนไลน์ โดยเป็นบุคคลที่คุณและเด็กเชื่อใจ และเห็นตรงกันว่านี่คือคนที่เหมาะสมจะพูดคุยได้


7. เคารพความเป็นส่วนตัวของลูก

เคารพความเป็นส่วนตัวทางออนไลน์ของลูก การแชร์ภาพครอบครัวและเรื่องราวส่วนตัวในช่วงของการเก็บตัวอยู่ในบ้าน ทั้งกิจกรรมแชลเลนจ์ที่เกี่ยวข้องผ่านโซเชียลมีเดีย ตลอดจนแบ่งปันอารมณ์ขันและความสนใจให้แก่กันและกัน และระวังว่าการแชร์เรื่องราวต่างๆเหล่านั้น ไม่เป็นอันตรายหรือกระทบต่อความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของพวกเขา


8. ความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัว

ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าอุปกรณ์ของเด็กมีการอัปเดตซอฟต์แวร์ล่าสุดแล้วหรือไม่ รวมถึงลงโปรแกรมป้องกันไว้รัสและตั้งค่าความเป็นส่วนตัวไว้ที่ระดับสูง เมื่อเด็กใช้แอพพลิเคชั่นใหม่ๆ จะต้องไม่มีการระบุตำแหน่งหรือสามารถติดตามตัวพวกเขาได้ โปรดจำไว้ว่า กล้องวีดีโอจะยังบันทึกได้อยู่เสมอ หากระดาษปิดกล้องไว้เมื่อไม่ใช่งานเพื่อเป็นการเตือนตัวเองอยู่เสมอ


9. สนุกไปพร้อมกับลูก

นอกจากการเล่นของเล่นเสริมพัฒนาการแบบเดิมก็อาจจะไม่ตอบโจทย์เด็กยุคใหม่มากนัก การเล่นกับลูก ทางออนไลน์ เกมออนไลน์ไม่ใช่กิจกรรมยามว่างสำหรับเด็กเท่านั้น ลองสนุกไปพร้อมกับลูกในโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ หรือ แอพต่างๆนี่เป็นโอกาสที่ดีที่คุณจะสามารถเข้าใจและร่วมดูแลกิจกรรมที่เด็กได้ใช้ หรือการร่วมสนุกด้วยกันนอกโลกออนไลน์หลังจากที่ได้ร่วมแชร์ประสบการณ์ด้วยกันไปแล้ว พูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ไปพร้อมๆกันเขา