“รถหัดเดิน” ความเชื่อที่กลายเป็นอันตรายสำหรับเด็ก

17 สิงหาคม 2022

เชื่อว่าหลายๆคนเมื่อมีน้องตัวน้อยๆแล้ว ก็อยากจะได้อุปกรณ์หรือของเล่นเสริมพัฒนาการดีๆ เพื่อที่จะฝึกให้เด็กได้มีการพัฒนาในด้านการเดินอย่างเร็วๆ และตัวเลือกที่ผู้ปกครองหลายๆคนหยิบจับมาก็จะเป็น “รถหัดเดิน” หรือ “Baby Walker” สีสันสดใด ที่มีล้อเข็นเพราะเชื่อว่าจะทำให้เด็กๆได้เดินอย่างมีความสุขมากกว่าคลานอยู่ที่พื้น

แต่รู้หรือไม่ว่า เจ้ารถหัดเดินเนี่ย ในหลายๆประเทศโดนแบนกันอย่างแพร่หลายแล้ว เช่น แคนาดา ออสเตรเลีย และบางรัฐในสหรัฐอเมริกา ที่ประกาศไม่ให้จำหน่ายกันเลย จากหลายๆสาเหตุรวมไปถึงงานวิจัยหลากหลายตัวที่ยืนยันแล้วว่า เจ้ารถหัดเดินสำหรับเด็กเนี่ยจริงๆเป็นโทษมากกว่าดี อย่างไรก็ตามผู้ใหญ่ในบ้านเรายังมีความคิดที่ผิด ที่คิดว่าเจ้ารถติดล้อนี้ยังดีอยู่ เช่น

ความเชื่อที่ 1 : รถหัดเดินเนี่ยเป็นพื้นที่ปลอดภัยของเด็ก สำหรับพ่อแม่ผู้ไม่ว่าง

ความจริง : การให้เด็กไปอยู่ในรถหัดเดินโดยไม่ได้รับการดูแลภายในสายตาของผู้ปกครองนั้น เปรียบเสมือนการซื้อรถบิ๊กไบค์ให้กับเด็กมัธยมผู้อยากได้มอเตอร์ไซค์คันแรกของตัวเองกันเลยทีเดียว

มีการเก็บสถิติอย่างชัดเจนในประเทศอังกฤษพบว่า กว่า 40% ของเด็กที่ใช้รถหัดเดินนั้นจะประสบอุบัติเหตุตั้งแต่เล็กน้อยจนถึงขั้นเสียชีวิตกันเลย ซึ่งในบ้านเราก็มีข่าว เด็กที่อยู่ในรถเข็นเด็กไถลออกไปนอกบ้านและถูกรถชน เป็นต้น สาเหตุเพราะว่า เมื่อเด็กไถลไปมาบนรถหัดเดิน เด็กๆจะสามารถไถลได้ด้วยความเร็วกว่า 3 เมตรต่อวินาที ซึ่งนั่นเร็วจนพ่อแม่อาจจะมองตามไปไม่ทัน และทำให้เด็กชนกับสิ่งนั้นสิ่งนี้ได้ง่าย รวมไปถึงไถลออกนอกบ้านไปเลยโดยที่เราไม่ทันตั้งตัว

ความเชื่อที่ 2 : การใช้ “รถหัดเดิน” เนี่ยเพราะว่ามันช่วยให้เด็ก “หัดเดิน” ได้ยังไงละ

ความจริง : จริงๆแล้วศัพท์ของรถหัดเดินเนี่ยต้องเรียกว่า รถพยุงเดินเสียมากกว่า เพราะงานวิจัยของ British Medical Journal ยืนยันแล้วว่า รถหัดเดินแทบไม่ได้ช่วยให้เด็กมีพัฒนาการในการหัดเดินเลยแม้แต่นิดเดียว แถมยังทำให้เด็กพัฒนาการช้ากว่าเด็กอื่นๆที่ไม่ได้ใช้กว่าเป็นเดือนๆด้วยซ้ำ

นั่นเป็นเพราะว่าเมื่อเด็กเข้าไปนั่งในรถหัดเดินแล้ว เด็กไม่ได้เรียนรู้การใช้ความสมดุลของร่างกาย การวางฝ่าเท้าเพื่อรับน้ำหนักที่ถูกต้อง และส่วนมากเด็กจะเคลื่อนที่ด้วยการใช้ปลายเท้าจิกลงพื้นเพื่อไถลตัว และเมื่อออกจากรถหัดเดิน เด็กๆก็จะติดนิสัยนั้นจนทำให้ไม่สามารถที่จะยืนได้ หรือ หากยืนได้ก็จะเดินเป๋ๆ ยังไม่รวมพัฒนาการด้านการเดินที่จะช้าลงทันที เพราะขาและหัวเข่าไม่ได้รับการรับน้ำหนักเพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อให้พร้อมกับการเดินจริงๆ

จากปัญหาต่างๆ จึงเป็นสาเหตุที่ว่ารถหัดเดินไม่ได้เป็นเครื่องมือในการช่วยพัฒนาการของเด็กและไม่สามารถเป็นสถานที่ปลอดภัยสำหรับเด็กที่พ่อแม่จะปล่อยให้ลูกได้ใช้เวลา เพื่อที่ตนเองจะวางมือจากการดูแลลูกและไปจัดการงานอื่นๆ

ในบ้านเราปัจจุบัน ถึงแม้ว่าเรายังสามารถหาซื้อสิ่งเหล่านี้ได้ทั่วไป สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคกำหนดให้เรียกว่า “รถพยุงตัว” โดยไม่ให้ใช้คำาว่า “รถหัดเดิน” และให้กำกับฉลากคำเตือนบนผลิตภัณฑ์ ให้ผู้ดูแลเด็กรู้ว่าอาจมีอันตราย ต้องอยู่ใกล้ชิดเด็กเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์นี้ รวมไปถึงแจ้งให้กับผู้บริโภคได้ทราบก่อนว่า ผลิตภัณฑ์นี้จะไม่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการของเด็กในการหัดเดินแต่อย่างใด

สิ่งที่พ่อแม่ควรคำนึงซื้อหา คือรถพยุงเดินแบบชนิดที่ไม่มีล้อเสียมากกว่า หรือถ้าหากไม่อยากจะเสียเงินเสียทองเพื่อซื้อของชิ้นใหม่ ทางที่ดีคือการจำกัดบริเวณของเด็ก ทำคอกกั้นขึ้นมาเป็นโซนเฉพาะที่ปลอดภัยไปเลยจะดีที่สุด

หากต้องการให้ลูกน้อยของท่าน มีพัฒนาการด้านการเดินอย่างรวดเร็ว แนะนำให้คุณพ่อคุณแม่พยุงลูกเดิน โดยในช่วงแรกให้ท่านใช้มือประคองใต้รักแร้ แล้วออกแรงพยุงขึ้นเล็กน้อย ไม่ต้องถึงกับอุ้ม จากนั้นก็ค่อยคลายแรงพยุง ให้ช่วงขาและเท้าของเด็กได้ เรียนรู้ถึงน้ำหนักตัวเองเรื่อยๆ เมื่อเด็กสามารถรับน้ำหนักตัวเองได้ระดับนึง เปลี่ยนเป็นให้เด็กจับมือ จากนั้นดึงให้เด็กเดินไปข้างหน้า (ดังภาพ)

ในฐานะผู้ที่อยากให้เด็กๆทุกคนเติบโตมาได้อย่างสมบูรณ์แข็งแรง และไม่อยากให้เด็กๆต้องประสบอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ร้ายแรงต่างๆ แนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ดูแลลูกน้อยอย่างใกล้ชิด ศึกษาผลิตภัณฑ์ที่จะนำมาใช้ในการเลี้ยงดูลูกอย่างละเอียดถี่ถ้วน พร้อมกับศึกษาวิธีการเลี้ยงลูกอย่างถูกต้อง เพื่อให้ลูกน้อยได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่อย่างปกติและปลอดภัย