เที่ยวตามแม่น้ำเจ้าพระยา

6 กันยายน 2022

แม่น้ำเจ้าพระยาถือเป็นแม่น้ำสายสำคัญของกรุงเทพมหานครไม่ว่าจะในด้านการคมนาคม เศรษฐกิจ ร่วมไปถึงด้านวัฒนธรรม บริเวณรอบ ๆ มีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายประเภทมากมายที่น่าสนใจ พร้อมให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาแวะเวียนและรับประสบการณ์สุดพิเศษที่ไม่สามารถหาจากที่ไหนได้

ครั้งนี้จะพามาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวใกล้แม่น้ำเจ้าพระยาที่น่าสนใจกัน มาดูกันว่ามีที่ไหนกันบ้าง


ภาพจาก https://www.watarun1.com/

1. วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร (วัดแจ้ง)

วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร หรืออีกชื่อที่ใคร ๆ หลายคนเรียกกันว่า “วัดแจ้ง” เป็นวัดโบราณที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา โดยมีชื่อเดิมว่า “วัดมะกอก” ต่อมาในสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรีก็ได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็นวัดแจ้ง พอถึงสมัยรัชกาลที่ 4 ได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์เพิ่มเติม แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น “วัดอรุณราชวราราม”

ภายในวัดมีงานสถาปัตยกรรมและประติมากรรมที่สวยงาม ไม่ว่าจะเป็นพระปรางค์วัดอรุณฯ ที่เป็นภาพจำอันสำคัญในสายตาของนักท่องเที่ยวหลาย ๆ คน ยักษ์ทศกัณฐ์และยักษ์สหัสเดชะอันเป็นงานประติมากรรมอันสวยงามอย่างประณีตที่ดึงดูดให้ผู้คนได้เข้ามาเยี่ยมชมได้น้อย หรือพระอุโบสถที่มีความสวยงามไม่แพ้กัน

เวลาทำการ : 08:00-18:00
จุดที่ตั้ง : วัดอรุณราชวราราม 158 ถนนวังเดิม แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร 10600
ดูรายละเอียด
ภาพจาก https://www.iconsiam.com/

2. ICONSIAM

ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ติดกับริมแม่มน้ำเจ้าพระยาที่ตอบโจทย์กลุ่มนักท่องเที่ยวได้อย่างหลากหลาย ภายในมีการตกแต่งที่ให้ความรู้สึกหรูหราอลังการ มีไฮไลท์เด่นที่หาได้แค่ที่นี่ที่เดียว นั่นคือ โซนสุขสยาม ซึ่งเป็นโซนที่ตกแต่งภายในด้วยศิลปะความเป็นไทยอย่างสวยงาม เพรียมพร้อมไปอาหารไทยทั่วทุกสารทิศ ทำให้การได้ทานอาหารในโซนนี้ จะให้บรรยากาศและความรู้สึกพิเศษแบบไม่เหมือนใคร

สำหรับการเดินทางมาที่ห้างแห่งนี้มีหลายวิธีเลย ไม่ว่าจะเป็นรถประจำทางที่สัญจรผ่าน รถไฟฟ้าสายสีทอง เรือโดยสาร หรือจะนั่งรถยนต์ส่วนตัวมาก็ได้เหมือนกัน

เวลาทำการ : 10:00-22:00
จุดที่ตั้ง : ไอคอนสยาม 299 ถนนเจริญนคร แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร 10600
ดูรายละเอียด
ภาพจาก https://www.asiatiquethailand.com/

3. Asiatique the Riverfront

Asiatique The Riverfront เป็นศูนย์การค้าเปิดโล่งขนาดใหญ่ ที่ออกแบบงานสถาปัตยกรรมด้วยสไตล์ยุโรป ซึ่งได้รับความนิยมอย่างคับคั่งจากทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศ ภายในมีร้านค้าและร้านอาหารมากมายหลายสไตล์ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกใช้บริการ

ไฮไลท์สำคัญของที่นี่คือ Asiatique sky ชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่พร้อมมอบทิวทัศน์สุดมหัศจรรย์ของเมืองกรุงเทพมหานครทั้งกลางวันและกลางคืน ให้กับทุกคนที่นั่งอยู่ในกระเช้าชิงช้าสวรรค์

เวลาทำการ : 11:00-0:00
จุดที่ตั้ง : เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ 2194 ถนนเจริญกรุง แขวงวัดพระยาไกร เขตบางคอแหล กรุงเทพมหานคร 10120
ดูรายละเอียด
ภาพจาก https://web.facebook.com/watrakhang.official

4. วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร

เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นมาในสมัยอยุธยา เดิมมีชื่อว่า “วัดบางหว้าใหญ่” ในสมัยรัตนโกสินทร์ได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์และได้ขุดพบระฆังลูกหนึ่ง ต่อมาจึงนำระฆังลูกนั้นย้ายไปที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และสร้างระฆังชดเชยให้ 5 ลูก จากนั้นได้รับการพระราชทานชื่อวัดใหม่ว่า วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร

ภายในวัดมีงานสถาปัตยกรรมที่สวยงามไม่แพ้วัดอื่น ๆ เลย ไม่ว่าจะเป็นพระอุโบสถที่ออกแบบและสรรค์สร้างมาอย่างประณีต บริเวณหน้าทางเข้าก็มีการออกแบบภูมิทัศน์ได้ชวนน่ามอง หอพระไตรปิฎกที่มางานออกแบบสไตล์ยุคเก่าก็สวยงามไม่แพ้จุดอื่น ๆ เช่นกัน

เวลาทำการ : 8:00-18:00
จุดที่ตั้ง : วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร 250 ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร 10700
ดูรายละเอียด
ภาพจาก https://web.facebook.com/Lhong1919/

5. ล้ง 1919

ล้ง 1919 เป็นศูนย์การค้าใกล้ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ออกแบบด้วยงานสถาปัตยกรรมสไตล์จีน ซึ่งตัวสถานที่ได้รับการบูรณะใหม่ให้มีความร่วมสมัย กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมไทย-จีนที่เอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร

ภายในมีร้านอาหารและคาเฟ่ที่หลากหลายให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปลิ้มลอง มีลานจัดงานนิทรรศการที่น่าสนใจให้ผู้แวะเวียนได้เข้ามาดู สำหรับใครที่อยู่กรุงเทพและอยากสัมผัสบรรยากาศแบบจีน ที่นี่ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ได้ดีเลยทีเดียว

เวลาทำการ : 8:00-20:00
จุดที่ตั้ง : ล้ง 1919 248 ถนนเชียงใหม่ แขวงคลองสาน เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร 10600
ดูรายละเอียด

เป็นไงกันบ้างกับสถานที่ท่องเที่ยวที่เรานำมาฝากในครั้งนี้ หวังว่าสถานที่เหล่านี้ จะมอบประสบการณ์อันล้ำค่าให้กับทุก ๆ คนตลอดช่วงการท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี ครั้งหน้าจะเป็นสถานที่ไหน โปรดติดตามได้ที่เว็บ Fun D เลยจ้า